
น้องแมวเป็นสัตว์ที่ไม่ค่อยแสดงอาการเจ็บป่วยออกมาให้เราเห็นอย่างชัดเจนมากนัก โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมวเป็นโรคที่ทำอันตราย ต่อแมวถึงเสียชีวิตได้ กว่าจะแสดงอาการก็เป็นมากแล้ว เป็นโรคที่ควรระมัดระวัง ดังนั้นเราควรมาทำความรู้จักกับโรคนี้กันค่ะ

โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว หรือFeline Infectious Peritonitis (FIP) มีสาเหตุจากเชื้อไวรัส ตระกูลเชื้อไวรัสโคโรน่า ส่วนใหญ่มักจะพบในระบบทางเดินอาหารของแมวมี 2 ลักษณะคือ มีของเหลวสะสม หรือชนิดเปียกและไม่มีของเหลวสะสม หรือชนิดแห้ง

พบได้ในแมวทุกวัย ส่วนมากมักพบในแมวที่มีอายุน้อยกว่า 2 ปี แมวที่มีภูมิคุ้มกันต่ำ แมวที่อาศัยในสถานที่ที่มีการเลี้ยงแมวร่วมกันอย่างหนาแน่น

อาการโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบแมว
โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบชนิดมีของเหลวหรือชนิดเปียก แมวจะมีของเหลวคลั่งอยู่ในช่องว่างต่างๆของร่างกาย มีอาการท้องบวมอย่างเห็นได้ชัดเจน ซึม เบื่ออาหารแมวมีน้ำหนักลดลง มีไข้ต่ำๆ เหนื่อยง่ายในช่องอกจะมีน้ำอยู่ ทำให้หายใจช้าหายใจลำบาก อาจพบน้ำในเยื่อบุหัวใจด้วยและเพศผู้มีการบวมน้ำที่ถุงอัณฑะเยื่อเมือกอาจมีสีซีดหรือเหลือง เมื่อคลำช่องท้องมีลักษณะเป็นก้อน อาจคลำพบต่อมน้ำเหลืองที่ลำไส้ขยายใหญ่โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบชนิด มีของเหลวสามารถสังเกตความแตกต่างและความผิดปกติของน้องแมวได้ง่าย
โรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบชนิดไม่มีของเหลวหรือชนิดแห้ง มีอาการหลากหลายไม่เฉพาะเจาะจงและสังเกตได้ยากกว่า แต่มีอาการคล้ายคลึงกับโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบแบบมีของเหลวร้อยละ 25-33 ของแมวที่ป่วยชนิดไม่มีของเหลวมีอาการทางระบบประสาท อาการที่แสดงนั้นมีหลายรูปแบบ ส่วนใหญ่อาการที่พบคือเดินโซเซ อาการตากระตุก และชักถ้าพบตุ่มหนองแกรนูโลมาอยู่ทับเส้นประสาทหรือไขสันหลัง อาจทำให้เกิดอาการขากระเผลกอัมพฤกษ์ หรืออัมพาตได้ ดูน้อยลง

การรักษา
ยังไม่มีการรักษาที่หายขาด แต่จะเป็นการรักษาแบบพยุง หรือประคับประคองอาการเท่านั้นโรคเยื่อบุช่องท้องอักเสบในแมว เป็นโรคที่ทำให้การตอบสนองทางภูมิคุ้มกันเกิน ดังนั้นการรักษาคือการควบคุมการตอบสนองทางภูมิคุ้มกัน ในการรักษาจึงต้องใช้ยากดภูมิคุ้มกัน และยาลดการอักเสบในขนาดสูงร่วมกับการใช้ interferon ในกรณีที่พบของเหลว หรือมีน้ำในช่องปอดมาก ต้องทำการเจาะน้ำออกก่อน เพื่อช่วยให้น้องแมวหายใจได้สะดวกขึ้น ตลอดจนหลีกเลี่ยงสิ่งที่ก่อให้เกิดความเครียดกับน้องแมวที่ป่วย อาจให้อาหารที่มีโปรตีนสูงแก่น้องแมวที่เริ่มมีอาการป่วย

เชื้อไวรัสนี้สามารถติดต่อระหว่างแมวสู่แมวได้โดยที่มีสารคัดหลั่งมาจากร่างกายของแมว เช่น น้ำมูก น้ำลาย อุจจาระ ปัสสาวะหรือติดเชื้อโดยการหายใจหรือการกินเข้าไป อาจติดเชื้อได้โดยทางตรงและทางอ้อมได้ แมวเลียกันไปมา

การป้องกัน
ต้องค่อยรักษาความสะอาด สุขอนามัย หลีกเลี่ยงไม่ให้น้องแมวใช้ของร่วมกัน ใช้ยาฆ่าเชื้อทำความสะอาดในบริเวณที่นอน พื้น ชามน้ำ ชามอาหาร และไม่ให้น้องแมวอาศัยอยู่ร่วมกันอย่างแออัด ควรพาแมวไปรับวัคซีน และตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ หากพบว่าน้องแมวมีความผิดปกติ ต้องรีบมาปรึกษาสัตวแพทย์ หรือถ้าหากได้รับการวินิฉัยจากสัตวแพทย์แล้วว่ามีอาการของโรค ควรแยกน้องออกจากตัวอื่นๆทันที
ขอบคุณข้อมูลดีๆจาก สารสัตวแพทยสภา, รายการสัตวแพทย์สนทนา จากคณะสัตวแพทยศาสตร์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย
